เมื่อโลกจะแตก

สิงหาคม 20, 2008 at 5:52 pm (Uncategorized) (, )

-1-

“”เฮ้ย พวกมึงมาอ่านนี่ดู”
เสียงรุ่นพี่เรียกตัวให้ไปอ่านข้อความที่ปรากฎบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ มันเป็นข้อความที่ถูกส่งต่อๆกันมาผ่านทางจดหมายอิเล็คทรอนิคส์ของรุ่นพี่ของผม ซึ่งมาจากการส่งต่อๆกันมาจากเพื่อนที่สนิทที่บันทึกชื่อที่อยู่อิเล็คทรอนิคส์เพื่อสะดวกในการติดต่อ เนื้อความจั่วหัวด้วยข้อความที่ชวนให้แพ่งสายตาอ่านรายละเอียด

“โลกวิกฤต  ฤๅจะสิ้นโลกในปี 2014!!!”

ข้อความกล่าวคร่าวว่า องค์การ Nasa ได้ออกมาประกาศข่าวว่า ในปี 2014 โลกจะมีการเปลี่ยนแกนขั้วแม่เหล็กไฟฟ้าอย่างกะทันหัน ซึ่งอาจจะคล้ายกันในยุคที่ไดโนเสาร์สูญพันธุ์

“ในช่วงที่สนามแม่เหล็กกำลังเปลี่ยน สนามแม่เหล็กมันช่วยป้องกันโลก แต่ช่วงที่มันเปลี่ยนนั้น ันจะไม่มีแรงป้องกัน ทีนี้ละมึง พวก อุกกาบาตนอกโลกก็จะพุ่งเข้าหาโลก” รุ่นพี่อีกคนอธิบายเพิ่มเติมจากข่าว

ผมนั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง ถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น ดวงดาวสุกสกาวที่เราต่างใฝ่ฝันหา ก็คงจะลอยตกลงมาให้เราได้เชยชมอย่างใกล้ชิด
ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ

-2-

“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงมึงจะทำยังไงว่ะ?” มีคนเปิดประเด็นสนทนาขึ้นมา
“กูคงจะกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวก่อนตาย”
บางทีเราก็แปลก ในช่วงเวลาปกตินั้นเราไม่คิดถึงครอบครัว แต่เมื่อถึงจุดที่ย่ำแย่กลับนึกถึงครอบครัวเป็นอย่างแรก ไม่แน่ใจว่ามันสายไปหรือเปล่า
“แล้วมึงหล่ะนัส มึงจะทำยังไง” รุ่นพี่คนเดิมหันมาถามผม
“ผมคงรอให้กองทัพสหรัฐฯมาช่วยยิงจรวดใส่อุกกาบาต หรือให้มันเปลี่ยนแกนขั้วสนามแม่เหล็กมั้ง”
“ไอ้บ้า !” รุ่นพี่ร้องพร้อมกัน “โลกนะไม่ใช่นาฬิกาจะได้เปิดฝาแล้วเปลี่ยนถ่านได้”
“ไอ้พวกอเมริกาจะทำอะไรเป็น  วันวันก็มีแต่ข่มเหงประเทศอื่น เพราะกลัวว่าเขาจะใหญ่กว่าพวกมันแค่นั้นเอง”พี่คนที่ถามคำถามพูดพร้อมทำสีหน้าเกลียดพวกมะกันเข้าไส้
“แล้วไอ้คนถามละว่ะ มึงจะทำยังไง” พี่คนที่ตอบคนแรกถาม
“กูไม่ทำยังไง กูก็จะอยู่ยังงี้ไปแหล่ะ เกิดอะไรก็แล้วแต่บุญแต่กรรมวะ”

-3-


     ม่านราตรีที่เงียบสงบ ผมแยกตัวออกจากวงสุราของรุ่นพี่ที่กำลังกอนไปคุยไปอย่างออกรสชาติ โลกของเราก็ช่างแปลกนัก มีหลายสิ่งที่เราไม่เข้าใจโลก เรารู้จัก ค้นหาทุกสิ่งที่อยู่นอกโลก แต่ที่ๆเราเหยียบอยู่นั้น เรากลับไม่รู้จักอะไรเลย คงเพราะเราไม่รู้จักเราถึงได้ทำร้ายโลกขนาดนี้ มีคนเคยบอก “เราจะรู้จักโลกทำไม แม้แต่ใจคนเราเราก็ยังไม่รู้จักเลย”
สายตาที่เหม่อมองสูงดั่งอยู่เสมอดวงดาว ผมลดสายตาลงมามองที่พื้นโลก
สายตาที่มองผู้คนที่วุ่นวาย ประกอบด้วยเสียงด่าทอของสามีภรรยาที่ไม่ค่อยหยุดฟังเสียงร้องไห้ของลูก เสียงแตรรถที่เปล่งเสียงออกมาเพื่อที่จะไล่รถคันหน้าที่ออกตัวหลังไฟเขียวช้า หรือภาพคนแก่อุ้นหลานนั่งขอเศษทานตามตลาดนัด

แม้แต่จิตใจคนเราก็ยากแท้หยั่งถึง จะสนใจไปทำไมกลับไอ้โลกและดวงตะวัน

-4-

“มึงจะคิดไปทำไมให้วุ่นวายวะ เอ้า ! ชนแก้วโว้ย” น้ำเสียงของรุ่นพี่ที่แสดงออกถึงแอลกฮอล์สูบฉีดเข้าเส้นเลือดอย่างเต็มที่ และแสดงออกทางใบหน้า
ครับ เราจะไปคิดทำไม ถ้าวันนี้เราทำดีที่สุด
อะไรที่เกิดคงไม่ใช่ปัญหา
แล้วคุณหล่ะครับ คิดอย่างไร ถ้าปี 2014 โลกจะหายไป ?

เขียนความคิดเห็น