ฝัน

มิถุนายน 29, 2008 at 12:57 pm (Uncategorized) ()

         ช่วงนี้ฝันทุกคืนเลยครับ

          อาจเป็นเรื่องปกติของทุกคนที่นอนหัวถึงหมอนแล้วหลับฝันหวานไปเลย แต่คนที่นอนไม่ค่อยหลับอย่างผมนั้น แค่การได้ฝันก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยจะได้เจอะเจอประมาณเหมือนดาวหางแวะทักทายเฉียดผ่านโลกนั่นแหล่ะครับ

         แต่การฝันของผมในช่วงนี้มันเป็นฝันที่ผมไม่ค่อยเจอะเจอ ส่วนมากที่เคยฝันก็คงเป็นเรื่องที่มีความสุข แต่ไม่เคยเปียกนะครับ เค้าบอกว่าเมื่อเราฝันเรื่องที่เรามีความสุข ตื่นเช้าขึ้นมาเราก็จะมีความสุขกับเรื่องราวที่ฝันถึงแม้ว่าฝันนั้นเราจะจำไม่ได้ก็ตาม

       คงเป็นเช่นนั้นครับ ในแต่ก่อนที่ผม(นานจะ)ฝันซักที เมื่อฝันถึงเรื่องดีดี ตื่นขึ้นมาก็มีความสุข แต่ไม่ต้องถามผมว่าผมฝันอะไรหรอกครับ ผมลืมมันไปตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วครับ  แต่ถึงอย่างไรกลิ่นอายของความสุข แม้ตัวตนแห่งความสุขมันผ่านลอยไปจากเราแล้ว  ละลองความสุขก็ยังลอยปลิวผ่านเข้ามาให้เราได้รู้สึกมีความสุขตลอดครับ

     แต่ช่วงนี้ ผมฝันแต่เรื่องที่ชวนหดหู่ ซึ่งไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงฝันเรื่องราวที่ชวนเศร้าเช่นนั้น บางเรื่อง เมื่อตื่นขึ้นผมก็ร้องไห้เพราะรู้สึกรับไม่ได้กับความฝันที่เราฝัน เหมือนกับบางคนที่ไม่ยอมดูละครน้ำเน่า เพราะว่ารับความทุกข์ของนางเอกไม่ได้

    ผมก็เช่นกันครับที่ยอมรับในความทุกข์ของความฝันไม่ได้

    บางทีโลกของเรานั้นก็โหดร้าย

    และเช่นกัน โลกของความฝันก็โหดร้ายไม่แพ้กัน

   …

 

             เช้านี้ผมตื่นขึ้นมาพร้อมกับพยายามนึกเรื่องที่ฝันเมื่อคืนนี้ ฝันที่ทำให้ผมซึมไปทั้งเช้า แต่ผมนึกอย่างไรก็นึกไม่ออก ก็คงเหมือนที่บอกว่า แม้ตัวตนความสุขจากไป ละอองความสุขยังปลิวให้เรารู้สึก…แต่แค่เปลี่ยนนิดหน่อยคือความหดหู่

 

         มีบางคนเคยบอก (ไม่แน่ใจว่าคนเดียวกับที่พูดเรื่องฝันตอนต้นหรือเปล่า) สิ่งที่เราคิดไว้ตอนก่อนที่จะนอน ทำให้เราเอาไปคิด

       แทบจะสาบานว่าก่อนนอนผมไม่เคยคิดเรื่องอะไรเลยครับ

       แต่กลับฝันเจอทุกคืน

     เรื่องบางอย่างเป็นเพียงแค่ความฝัน

     แต่จะมีใครซักกี่คนที่เข้าใจว่า ความฝันนั่นแหล่ะ ที่ทำให้จิตใจในตอนนี้ผมเป้นดั่งความฝัน

    ความฝันที่หดหู่ กลับทำให้ ความรู้สึกผมพลันเกิดขึ้นตาม

     หวังว่าคืนวันนี้ผมคงไม่เจอกับความฝันนั้นอีกนะครับ…

 

 

          

ลิงค์อ้างถึง 2 ความเห็น

เมื่อต้องลองสู้กันอีกสักตั้ง

มิถุนายน 21, 2008 at 2:55 pm (Uncategorized) (, )

ฟังชื่อเหมือนรุนแรงครับ และไม่เกี่ยวกับพันธมิตรแน่นอน เหอะๆ

เพียงแค่ผมกำลังจะลองสู้กับความรักสักครั้ง

ไอ้เจ้าความรักที่มันทำให้ผมช้ำชอกระกำใจนั่นแหล่ะครับ ที่ผมต้องสู้กับมัน

ผมต้องพิชิตให้ได้

ผมไม่แน่ใจนะครับว่าคนที่ตั้งมั่นในชีวิตจะต้องมีความคิดที่เผื่อไว้ยามผิดพลาดหรือเปล่า

แต่ผมคิดว่า คงไม่หรอกมั้งครับ

 

เพราะว่าบนผู้เขาที่สูง ไม่มีนักเดินทางคนไหนหรอกที่จะมองกลับลงไปข้างล่าง เพราะถึงแม้ตก เราก็ภูมิใจที่เราไปลองปีนมันขึ้นมา

 

ถ้าผิดหวังขึ้นมา ผมก็ไม่ตายหรอกครับ

 

 

แค่รักษาพยาบาลนิดหน่อยแค่นั้นเอง…

ลิงค์อ้างถึง ให้ความเห็น

ณ ห้วงรัตติกาลแห่งความหวัง

มิถุนายน 12, 2008 at 12:25 pm (Uncategorized) (, , , )

ณ ห้วงรัตติกาลแห่งความหวัง

ราตรีที่มิไร้สุรเสียง
เสียงดนตรีที่บรรเลงจากเสียงกระทบของหยาดน้ำฝนลงสู่พื้นดิน
ไอละอองปลิวแผ่ซ่านผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง
เมื่อสัมผัสใบหน้า…ก็พลันรู้สึกเย็นซ่านเข้าหัวใจ

สายฝนพลันหยุดแล้ว
คงเหลือแสงที่ว่างเปล่า
เป็นเสียงราตรีมอบให้ในคืนที่ม่านรัตติกาลปิดสนิท
หยาดพิรุณที่กระทบสู่เบื้องธรณี
พลันได้กลิ่นไอดินหอมกรุ่นน่าสูดดม
รัตติกาลมีเสียง
มันถูกกำหนดมาหรืออย่างไร
หรือเพียงแต่โดนกลั่นแกล้งด้วยโชคชะตา…

ลมหายใจที่แผ่วเบา กำกับด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ
เสียงร้องไห้ของทารกน้อย ที่เพิ่งลืมตาสัมผัสกับชีวิต
เสียงร่ำไห้เศร้าโศกของผู้ที่ผูกพันธ์
ทวยเทพผู้สังคีตช่างแปลกนัก
เสียงที่เหมือนกัน…แต่ความหมายช่างแตกต่างกันนัก

ห้วงแห่งราตรีเจ้าเอ๋ย
ม่านแห่งรัตติกาลค่อยๆแหวกม่านออกช้าๆ
แสงสุริยาประกายทอแสงแหวกนภาอย่างเงียบงัน
ส่งเป็นสัญญาณการเคลื่อนมาของอรุณรุ่งวันใหม่
รัตติกาลที่เคลื่อนจากไป…ความหวังมิได้รูดม่านจากจรลี

 

 

เมื่อตื่นขึ้นมาหัวใจก็ยังมีรัก
14-05-51 / 04.27 น.
โรงพยาบาลชัยภูมิ

 

———————————–

เอาบันทึกเก่าๆของตัวเอง ที่จริงแล้วเอาลงเกือบทุกบล๊อคของตัวเองครับ เลยเอามาลงตรงนี้ด้วย เหอะๆ

ลิงค์อ้างถึง 1 ความเห็น

บทสรรเสริญพี่สาวตัวเอง!!!

มิถุนายน 10, 2008 at 2:31 pm (Uncategorized) (, , , )

  ใต้แสงจันทราและดวงดาว

  ใต้ม่านหมอกเมฆของรัตติกาล

  ในความมืดมิดที่ไร้ดวงตะวัน

  แสงประกายของเธอสาดส่องทั่วท้องนภา

 

 เมื่อฉันมีเธอ

  ทุกอย่างสว่างไสวไปด้วยแสงของเธอ

 แสงที่ไม่มีสิ่งใดจะเทียบเท่า

 แสงที่เกิดสรวงสวรรค์ประธานมาให้แด่เธอ

 

  บางครั้งฉันแปลกใจ

 ฉันนั่งเขียนอะไร

 ทำไมฉันถึงต้องเขียนอะไรโกหกขนาดนี้

 พอเหอะนะครับ

 อย่าให้ผมเขียนอีกเลย

 ไม่กล้าเขียนแล้ว เหอะๆๆ

 

 

 

 

———————

เขียนให้พี่สาวคนหนึ่งครับ  แบบให้บรรยายความสวยงามของเธอ

 เขียนไม่จบจริงๆ เหอะๆ

ลิงค์อ้างถึง 1 ความเห็น

เมื่อฉันเมา

มิถุนายน 5, 2008 at 12:58 am (Uncategorized)

สาวน้อยคนนั้น

คนที่ฉันเฝ้าใฝ่ฝัน

คนที่ขอบฟ้าดวงดาวและตะวัน

คนที่ชีวันหลงไหลคลั่งไคล้เธอ

 

 

สาวน้อยเจ้าเอ๋ย

เธอคงเป็นนางฟ้า

ที่เป็นความฝันของฉัน

ปีกของเธอโบกโบยบิน

ส่องประกายทั่วฟากฟ้าผืนนภา

 

นางฟ้าเจ้าเอ๋ย

ฉันคงอยู่ต่ำติดฟ้า

พสุธามิอาจยกระดับเทียบฝั่งฝัน

ฉันจะทำอย่างไรดี

ในเมื่อไม่มีสิ่งใดที่จะช่วยไขว้คว้า

ไม่ใส่งใดที่จะพาฉันให้สู่จุดมุ่งหวัง

คงมีแต่การรอคอย

คอนนางฟ้า

ให้โบกปีกประกาย

และลอยลงมาหาฉันที

 

 

 

 

 

——————

 

เขียนตอนเมา หวังว่าพรุ่งนี้ผมคงจะกลับมาอ่านแล้วขำกับตัวเอง แฮ่ะๆๆ

ลิงค์อ้างถึง ให้ความเห็น

(แนะนำหนังสือ) ขัปปะ – ความจริงที่รายล้อมในโลกของขัปปะ

มิถุนายน 3, 2008 at 5:03 pm (Uncategorized) (, , , )

ขัปปะเป็นผีหรือสัตว์ในตำนานญี่ปุ่น ขัปปะมีขนสั้น ๆ อยู่บนหัว ที่มือและที่เท้ามีพังผืดติดกันเอาไว้แหวกว่ายน้ำ ตัวสูงราวหนึ่งเมตร บนหัวขัปปะตรงกลางกระหม่อมมีจานรูปไข่ ซึ่งถ้าอายุมากขึ้นจานนี้ก็จะแข็งขึ้นเป็นลำดับ ผิวกายลื่นมากและเปลี่ยนสีไปตามสภาพแวดล้อม หนังสื

      ไม่ค่อยจะกล้าแนะนำหนังสือหรือสิ่งต่างๆที่ตัวเองพบเจอมาเล่าสู่คนอื่นเท่าไหร่ครับ ด้วยความบ้าๆบอๆที่เล่าแบบจับต้นชนปลายไม่ถูก เลยกลายเป็นว่าไปแนะนำเขา กลับกลายเป็นทำให้เขาไม่อยากอ่านไปเสียเลย

      พูดถึงขัปปะ (บ้างก็เรียก กัปปะ) ถ้าใครพอที่จะคุ้นเคยกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นจะนึกภาพออก ตัวขัปปะเป็นสัตว์ในนิยายที่ชาวญี่ปุ่นได้เล่าขานกันมานานขัปปะเป็นผีหรือสัตว์ในตำนานญี่ปุ่น ขัปปะมีขนสั้น ๆ อยู่บนหัว ที่มือและที่เท้ามีพังผืดติดกันเอาไว้แหวกว่ายน้ำ ตัวสูงราวหนึ่งเมตร บนหัวขัปปะตรงกลางกระหม่อมมีจานรูปไข่ ซึ่งถ้าอายุมากขึ้นจานนี้ก็จะแข็งขึ้นเป็นลำดับ ผิวกายลื่นมากและเปลี่ยนสีไปตามสภาพแวดล้อม ขัปปะเป็นผีหรือสัตว์ในตำนานญี่ปุ่น ขัปปะมีขนสั้น ๆ อยู่บนหัว ที่มือและที่เท้ามีพังผืดติดกันเอาไว้แหวกว่ายน้ำ ตัวสูงราวหนึ่งเมตร บนหัวขัปปะตรงกลางกระหม่อมมีจานรูปไข่ ซึ่งถ้าอายุมากขึ้นจานนี้ก็จะแข็งขึ้นเป็นลำดับ ผิวกายลื่นมากและเปลี่ยนสีไปตามสภาพแวดล้อม ถ้านึกภาพไม่ออกมีภาพแบบน่ารักๆของขัปปะให้ดูกันครับ

 

 

ตัวขัปปะ

 

 ขัปปะในแบบฉบับของริวโนะสุเกะ อะคุตะงาว่า เล่าถึงเรื่องที่ชายที่โรงพยาบาลโรงจิต (โทนเรื่องส่วนมากของเขานั้นจะเป็นบรรยากาศในโรงพยาบาลโรคจิตซ่ะเป็นส่วนใหญ่) เล่าเรื่องที่ตัวเองตกในในดินแดนของขัปปะ และได้พบเจอกับขัปปะมากมาย

      ในเรื่องนี้ผู้เขียนได้เอาความจริงที่รายล้อมเขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในโลกของขัปปะ และมีตัวแทนคือ กวีขัปปะที่ชื่อว่า ทค ทคเป็นขัปปะที่หลีกจากครอบครัว ความเกรงกลัวว่าถ้ามีลูกลูกอาจจะไม่อยากเป็นขัปปะ ซึ่งเรื่องราวในโรคขัปปะที่เกิดขึ้นนั้น สอดคล้องกับการที่อะคุตะงาว่าพบเจอ ทั้งการเกรงกลัวพันธุกรรม เพราะแม่ของเขาป่วยเป็นโรคจิตถึงกับฆ่าตัวตายและพี่ชายก็เหมือนกัน ภาระหนักที่ต้องเลี้ยงดูญาติพี่น้องๆมากๆ  และท้ายที่สุด ทคก็ได้ฆ่าตัวตายเพื่อหลีกหนีกับความจริงที่รายล้อมตัวของเขา

   โลกของขัปปะ เปรียบเสมือนโลกของมนุษย์ในปัจจุบัน โลกที่มีการแย่งชิงผลประโยชน์กัน โลกที่ความเจริญทางวัตถุเข้ามาครอบงำจิตใจ โลกของขัปปะที่ถ่ายทอดทอดออกมาด้วยการเสียดสีโลกของมนุษย์

    อะคุตางาว่าฆ่าตัวตายหลังจากเขียนเรื่องขัปปะจนเพียงแค่สี่เดือน ด้วยการรับประทานยานอนหลับเกินขนาด  แต่ผลงานของเขาก็ได้เป็นที่ศึกษาติดตามกันจนถึงปัจจุบัน

    ปล.มีข้อความบางส่วนจากหนังสือ คำของคนโง่ ที่มัคขัปปะนักปรัชญาเขียนขึ้น มีอยู่หลายประโยคที่ผมชอบมาก

            “พวกเราโชคร้ายกว่ามนุษย์  เพราะมนุษย์ไม่ก้าวหน้าเท่าเราชาวขัปปะ”

            “การดำรงชีวิตที่ฉลาดที่สุดก็คือ การดูถูกขยบธรรมเนียมประเพณีสมัยนั้นไปพลาง แต่ในขณะเดียวกันก้ต้องใช้ชีวิตอยู่ในกรอบประเพณีอย่างเคร่งครัด”

ลิงค์อ้างถึง 1 ความเห็น